ข้อควรรู้สำหรับคนที่ชอบกิน “เผ็ด” บ่อยๆ

ข้อควรรู้สำหรับคนที่ชอบกิน “เผ็ด” บ่อยๆ เชื่อว่าหลายๆคนในที่นี่ ชอบกินอาหารรสจัดอย่างแน่นอน เพราะอาหารรสจัด เป็นอะไรที่กินแล้วรู้สึกเร่าร้อน ชวนให้เรากินได้เยอะๆ แต่สำหรับบางคนที่อาจจะกินรสเผ็ดที่ไม่ธรรมดา แต่รู้หรือไม่ว่า การที่เรากินเผ็ด นั้น ไม่ใส่รสชาติ แต่เป็นความทรมานที่รับรู้ได้จากสารประกอบบางอย่างในพริก แต่ถึงกระนั้นก็ต้องยอมรับว่าอาหารรสเผ็ดเป็นที่โปรดปรานของใครหลายคน

ข้อควรรู้สำหรับคนที่ชอบกิน “เผ็ด” บ่อยๆ

อย่างไรก็ตาม อาหารรสเผ็ดจัด ให้โทษกับร่างกายมากกว่าประโยชน์ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคบางอย่างได้ ดังนั้น เราจะพาทุกคนมาดูกันค่ะ ว่าการที่เรากินอาหารรสจัดนั้น อาจจะส่งผลอะไรต่อร่างกายของเราบ้าง

ความเผ็ดเป็นอย่างไร ?

หลายคนอาจเข้าใจผิดคิดว่าความเผ็ดเป็นรสชาติเช่นเดียวกับรสหวาน รสเปรี้ยว รสขม หรือรสเค็ม แต่แท้จริงแล้ว ความเผ็ดเป็นเพียงอาการแสบร้อนของลิ้นที่เกิดจากสารแคปไซซิน นอกจากนี้ ยังมีเครื่องเทศอีกหลายชนิดที่ถูกนำมาใช้เพิ่มความเผ็ดในอาหารด้วย เช่น กระเทียม ขิง ยี่หร่า อบเชย และกะเพรา เป็นต้น โดยเครื่องเทศเหล่านี้มักถูกนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารหรือใช้ปรุงรสเพื่อเพิ่มรสชาติ ซึ่งสามารถนำมาใช้ได้ทั้งแบบดิบ แบบสุก แบบบด และแบบแห้ง

ผลกระทบต่อสุขภาพจากการกินเผ็ด

1.ช่องปากหลายคนอาจรู้สึกแสบร้อน ภายในปากหลังจากกินอาหารเผ็ด โดยอาการแสบร้อนนี้ ถือเป็นกลุ่มอาการแสบร้อน ในช่องปาก ซึ่งอาจส่งผลต่อลิ้น เหงือก ริมฝีปาก แก้ม เพดานปาก และบริเวณอื่น ๆ ภายในช่องปากด้วย รวมทั้งอาจทำให้ปากแห้ง รู้สึกหิวน้ำ อาจสูญเสียการรับรส หรือทำให้ลิ้นรับรสชาติผิดเพี้ยนไปได้

2.ระบบทางเดินอาหารสารแคปไซซินในพริก อาจเป็นสาเหตุของ อาการปวดท้อง อาหารไม่ย่อย คลื่นไส้ และอาเจียน ซึ่งในกรณีที่เกิดการอาเจียน กรดที่ไหลย้อนกลับมาจากกระเพาะอาหาร อาจทำให้หลอดอาหารระคายเคืองได้ นอกจากนี้ การกินเผ็ดก็อาจส่งผลให้ อาการของโรคแผล ในกระเพาะอาหารรุนแรงขึ้นได้ 

3.ระบบทางเดินหายใจ การกินเผ็ด อาจเป็นสาเหตุของ โรคภูมิแพ้จมูกจากอาหาร ซึ่งเป็นโรคจมูกอักเสบ ชนิดที่ไม่ได้เกิดจากสารก่อภูมิแพ้ แต่มีสาเหตุมาจากอาหารที่กิน โดยอาจทำให้มีอาการน้ำมูกไหล หรือ มีเสมหะในคอหลังจากกินอาหารเผ็ด อย่างไรก็ตาม มีงานวิจัยบางชิ้นระบุว่าสารแคปไซซิน อาจมีส่วนช่วยให้ผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบชนิดไม่แพ้มีอาการดีขึ้นได้ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม เพื่อยืนยันประสิทธิภาพ และ ผลข้างเคียงของสารแคปไซซินที่มีต่อ โรคนี้อย่างชัดเจนต่อไป

4.ปัญหาสุขภาพอื่น ๆ การกินเผ็ดอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดอาการแสบร้อนกลางทรวงอก นอกจากนี้ การกินเผ็ดอาจส่งผลให้อาการของโรคบางชนิดอย่างโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบรุนแรงขึ้นได้ เนื่องจากอาหารเผ็ดอาจทำให้กระเพาะปัสสาวะระคายเคือง ซึ่งผู้ที่ป่วยด้วยโรคนี้อาจมีการติดเชื้อบริเวณอวัยวะต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินปัสสาวะด้วย อย่างไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ 

ข้อควรรู้สำหรับคนที่ชอบกิน “เผ็ด” บ่อยๆ

“กินเผ็ด” บ่อยๆ เสี่ยงโรคอะไรบ้าง

1.กระเพาะอาหารอักเสบ

นอกจากการติดเชื้อเอชไพโลไร จากการปนเปื้อนของแบคทีเรีย ในอาหารหรือน้ำที่ดื่มเข้าไป ที่อาจทำให้เกิด โรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง ได้แล้ว กินอาหารรสเผ็ดจัด เป็นเวลานานๆ ก็อาจทำให้เยื่อเมือกบุ ในกระเพาะอาหาร เกิดการอักเสบ บวม แดงได้เช่นกัน นอกจากนี้การกินอาหารรสจัดหรือเผ็ด ยิ่งสร้างกรดที่กัดเยื่อบุกระเพาะ ทำให้ปวดแสบท้องทันทีที่ทานอาหารเผ็ดอีกด้วย

2.ท้องเสีย

ในพริกมีสารแคปไซซิน ทำให้เรารู้สึกร้อน จนเราดื่มน้ำมากขึ้น ร่างกายจะพยายามขับเอาสาร แคปไซซินออกจากร่างกาย กระเพาะอาหารและลำไส้จึงบีบตัวมากขึ้น เร็วขึ้น ลำไส้ใช้เวลาในการดูดซึมสารอาหารน้อยลง เพราะต้องการขับสารแคปไซซิน ออกให้เร็วที่สุด จึงทำให้เรามีมักอาการถ่ายท้อง ท้องเสียในช่วงเวลาไม่นานนัก หลังจากที่เรากินอาหารเผ็ด

3.โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง

การรับประทานอาหารเผ็ดจัดเป็นประจำ อาจทำร้ายเยื่อบุลำไส้ อักเสบและเป็นแผล เกิดการอักเสบเรื้อรังนานเป็นปีๆ ทำให้มีอาการท้องเสีย และ ปวดท้องเป็นช่วงๆ ได้ แม้ว่าส่วนมากโรคลำไส้อักเสบฉับพลัน จะเกิดจากการกินอาหาร ที่มีเชื้อโรคปนเปื้อน ติดเชื้อไวรัส และมีอาการท้องเสีย ท้องร่วง ร่วมกับปวดท้องรุนแรง แต่การกินเผ็ดจัดอาจเพิ่ม อาการอักเสบให้กับ เยื่อบุลำไส้เพิ่มมากขึ้นไปอีก และอาจเสี่ยงมะเร็งลำไส้ ในอนาคตได้นั่นเอง

4.กรดไหลย้อน

กรดไหลย้อนคือ ภาวะที่น้ำย่อยจากกระเพาะอาหารไหลย้อน ขึ้นมาที่หลอดอาหาร ทำให้มีอาการ แสบร้อนบริเวณหน้าอกและ ลิ้นปี่ เกิดได้ทั้งจากมีกรดเกินในกระเพาะอาหาร จนไหลย้อนขึ้นมา และหูรูดของหลอดอาหารส่วนปลาย ทำงานผิดปกติ ดังนั้นผู้ที่เป็นกรดไหลย้อน จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารทุกชนิดที่ทำให้เกิดกรด ทั้งอาหารรสเผ็ด รสเปรี้ยว ไปจนถึงอาหารที่มีแก๊สมาก เพราะจะยิ่งทำให้เกิดกรด และ ไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหาร เกิดอาการปวดแสบปวดร้อน และหากมีอาการกรดไหลย้อนเรื้อรังอาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัดหูรูดหลอดอาหาร เพื่อป้องกันการพัฒนาของ โรคไปเป็นมะเร็งหลอดอาหารในอนาคต

กินเผ็ดอย่างไรไม่ให้เป็นโรค

  1. พยายามไม่กินรสเผ็ดจัดจนเกินไป และไม่กินอาหารเผ็ดทุกมื้อ ควรสลับเลือกอาหารรสชาติอื่นๆ บ้าง
  2. หากรับประทานพริก หรือเครื่องปรุงอื่นๆ ที่มีรสเผ็ดแล้วรู้สึกทรมาน แสบปาก แสบท้อง ควรหยุดทานแล้วดื่มน้ำตามเพื่อลดอาการระคายเคืองจากพริกที่อาจเกิดขึ้นในระบบทางเดินอาหาร และกระเพาะอาหารได้
  3. หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร เช่น กระเพาะอาหารอักเสบ ลำไส้อักเสบ ท้องเสียท้องร่วง อาหารเป็นพิษ ฯลฯ ไม่ควรกินเผ็ด เพราะอาจทำให้อาการของโรคแย่ลง
  4. ผู้ป่วยที่มีไข้ เพิ่งผ่าตัด ควรงดการรับประทานอาหารเผ็ดชั่วคราวด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะเมื่อเราได้รู้ว่าการที่เรากินอาหารที่มีรสเผ็ดบ่อยๆ นั้น อาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราได้ดังนั้น ใครที่กำลังมีพฤติกรรชอบกินอาหารรสเผ็ดอยู่บ่อยครั้งเราจึงอยากจะแนะนำว่า ควรที่จะพักระยะ เพื่อให้ร่างกายของเราได้ปรับตัว เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อร่างกายของเราได้นั้นเองค่ะ

ปัญหาการศึกษาไทย ในปัจจุบัน นับว่าต้องการการแก้วิกฤตหลายอย่าง การบริหารจัดการศึกษาขาดประสิทธิภาพและประสิทธิผล จึงต้องการปฏิรูปการศึกษา เพื่อความเข้มแข็งทางปัญญาโดยรอบด้านโดยเร็ว เพราะปัญหาหลัก ๆ นั้นมีมากมาย แต่กลับไม่ได้รับการแก้ไขอย่างตรงจุด 

ไอเดียทำธุรกิจสุดเจ๋ง ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจแบบนี้ ไม่ว่าใครก็อยากจะมีธุรกิจปัง ๆ เป็นของตัวเองกันทั้งนั้น เพราะไม่มีอะไรแน่นอน ขนาดบริษัทยักษ์ใหญ่หลาย ๆ ยังต้องปิดตัวลง ฉะนั้น การเป็นลูกน้อง หรือลูกจ้างคนอื่น จึงไม่ตอบโจทย์การมีชีวิตที่มั่นคงได้

ข้อควรรู้สำหรับคนที่ชอบกิน “เผ็ด” บ่อยๆ