ความล้มเหลวของ PSVita และตลาดเกมพกพาในอนาคต

ความล้มเหลวของ PSVita และตลาดเกมพกพาในอนาคต : เป็นที่รู้กันว่า PSVita เลิกทำตลาดมาตั้งแต่ปี 2019 แล้ว และยักษ์ใหญ่อย่าง Sony เลิกทำตลาดเครื่องเกมพกพาหันไปทำคอนโซลอย่างเต็มตัว ทำให้แฟนเกมทั่วโลกต่างเสียดายเพราะคอนโซลพกพาของ Sony ถือว่ามีคุณภาพและแตกต่างจากคู่แข่งอย่างนินเทนโด และ PSP รุ่นแรกก็ขายดีจนอยากให้กลับมาสานต่อ

หากคุณเคยเป็นเจ้าของ PSVita คงจะจำได้ว่าหนึ่งในสิ่งที่คุณต้องซื้อเพิ่มหากได้เครื่องมาแล้ว คือต้องซื้อ Memory Card ที่ใช้ได้แค่ PSVita เท่านั้น ไม่ได้เป็น Memory Stick ที่ใช้ได้หลายอุปกรณ์เหมือนกับ PSP แถมมีราคาในตอนเปิดตัวที่แพงมาก และการที่มันผลิตโดย Sony เองแถมใช้ได้เฉพาะเครื่อง PSVita เท่านั้นทำให้ราคาไม่ได้ลดลงมาตามกลไกตลาด แถมหากไม่ซื้อก็ไม่ได้เพราะมันใช้เก็บข้อมูลของเกม ใช้ Save เกมรวมทั้งตัวโหลดเสริม DLC ด้วย

และด้วยราคาที่แพงมหาโหดทำให้แม้ตัวเครื่อง PSVita เองจะไม่ได้สูงมากแต่เมื่อบวกกับราคา Memory Card เข้าไปแล้วมันแพงกว่าคู่แข่งในตอนนั้นอย่าง 3DS มาก แถมเครื่องเกมของปู่นินยังใช้ SD Card ธรรมดาทำให้มีราคาถูกกว่ามากและแถมมาให้เลยในกล่องด้วย ยิ่งทำให้คนที่ไม่ได้เป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Sony มีข้อเปรียบเทียบกันมากขึ้น จริงอยู่ที่ภายหลังจะมีผู้ผลิตตัวแปลงที่ช่วยให้ PSVita ใช้ ไมโคร SD ได้ก็ตามแต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ยอดขายสูงขึ้นเพราะมันเป็นเพียงหนึ่งเหตุผลเท่านั้น

PSVita

ความล้มเหลวของ PSVita และตลาดเกมพกพาในอนาคต

หนึ่งในความล้มเหลวของ PSVita คือขาดเกมเรือธงที่เหมาะสมกับเครื่องเกมพกพา โดยความสำเร็จส่วนหนึ่งของ PSP คือเกมที่ออกมาโดนใจและเหมาะกับการพกไปเล่นนอกบ้านอย่าง Monster Hunter ที่สร้างตำนานบน PSP แต่บน PSvita กลับไม่มี (ภาคหลัก)

เพราะ Capcom ได้ขน Monster Hunter ไปออกบน 3DS แทน แม้ภายหลังจะกลับลำมาหา Sony แต่ก็ออกภาค Monster Hunter World ลง PS4 แทน ทำให้เครื่องคอนโซลพกพาของ Sony ขาดจุดขายหลักที่เคยทำให้รุ่นเดิมขายดิบขายดีโดยเฉพาะในบ้านเกิดอย่าง ญี่ปุ่น

PSVita

นอกจากนี้หากมองตัวเกมที่ลง PSVita แล้วมันคือการนำเกมบนคอนโซลมาสร้างใหม่ โดยปรับให้เข้ากับลูกเล่นของเครื่องบ้างแต่ไม่ได้มากมาย เพราะเกมของ Sony เน้นหนักไปที่กราฟิกมากกว่าลูกเล่น ซึ่งตอนเปิดตัวก็มาพร้อมกับ Uncharted: Golden Abyss หนึ่งในเกมเรือธงของ Sony ที่สนุกพอตัวแต่ไม่สามารถเทียบเท่ากับภาคต้นฉบับบนคอนโซลได้ และลูกเล่นที่บางครั้งดูไร้ประโยชน์ไปหน่อย เช่นแผ่นสัมผัสที่ด้านหลังของเครื่องเกมที่ไม่ค่อยมีเกมอยากใช้เพราะนิ้วมือผู้เล่นอาจจะเผลอไปโดนโดยไม่ตั้งใจได้

และแม้ PSVita จะมีเกมเทพอย่าง Call Of Duty ออกวางขายรวมทั้งกองทัพเกมภาพสวย ๆ ที่เป็นจุดเด่นของค่าย แต่หากเมื่อมองบนหน้าจอเล็ก ๆ ขนาด 5 นิ้วแล้วยังไงก็ไม่อลังการเท่ากับเล่นบนทีวี และทาง Sony ไม่ลงทุนมากพอที่จะสร้างเกมให้เหมาะสมกับการพกพาไปเล่นบอกบ้าน และแน่นอนว่ามันขาดเกมที่เป็นจุดขายที่เป็นเหมือนสิ่งที่ต้องซื้อหากเกมออกบนเครื่องนี้ แบบที่นินเทนโดทำได้กับเกมตระกูล Pokemon ที่ออกบนเครื่องเกมไหนก็มีแฟนเกมตามไปเล่นตลอด

และแน่นอนว่าเกมที่ออกแบบมาให้เข้ากับเครื่องพกพานั้นกราฟิกไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่เป็นรูปแบบที่เมื่อพกพาไปนอกบ้านใช้ลูกเล่นการพบเจอกับเพื่อนเพื่อเล่นสนุกด้วยกันได้ เช่นเกม Pokemon ที่มีการแลกเปลี่ยนหรือต่อสู้กัน เหมือนกับสมัยที่เกม Monster Hunter บน PSP ที่ผู้เล่นรวมตัวกันเพื่อออกล่า ซึ่งบน PSvita ไม่มี

แน่นอนว่าเหตุผลหลักอีกข้อของความล้มเหลวของ PSVita คือตลาดเกมพกพาโดยมือถือแย่งไปหมด เพราะใคร ๆ ก็รู้ว่าเกมบน สมาร์ตโฟนมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แม้แต่ค่ายนินเทนโดก็ต้องยอมผลิตเกมลงสมาร์ตโฟนหลายเกมแล้ว เพราะมันเข้าถึงคนได้ง่ายกว่ามากและถ้าหากไดรับความนิยมขึ้นมาจะสร้างกำไรแบบมหาศาล

PSVita

ทำให้หลายค่ายเกมพับโครงการทำเกมลงคอนโซลพกพา หันไปทำเกมลงมือถือกันหมดเช่นเกม Call Of Duty Mobile อย่าว่าแต่ PSVita ได้รับผลกระทบเลยแม้แต่ 3DS ก็โดนเช่นกันโดยดูได้จากยอดขายที่ 3DS ทำได้เพียงครึ่งเดียวเมื่อเทียบกับ Nintendo DS ที่ออกวางขายในยุคที่เกมสมาร์ตโฟนยังไม่รุ่งเรือง

แม้ว่าทาง Sony จะไม่ได้ออกเครื่องเกมพกพารุ่นใหม่ (ในตอนนี้) แต่ก็มีหลายเสียงเรียกร้องอยากให้ทำต่อ เพราะหากคุณเคยเป็นเจ้าของ PSVita มาจะรู้ถึงคุณภาพของเครื่องที่ออกแบบสวยงาม และมีคุณภาพสูงกว่าคู่แข่ง ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนแล้วชอบมากกว่า Nintendo Switch ด้วยซ้ำ

ทำให้ไม่น่าแปลกใจที่มีแฟน ๆ อยู่อย่างเหนียวแน่น จนมีข่าวว่าตอนนี้ในร้านค้ามือสองออนไลน์ PSVita ได้รับความนิยมอย่างมากโดยเฉพาะในญี่ปุ่นบ้านเกิดเองแม้จะเป็นเสียงของแฟนเฉพาะกลุ่มแต่ก็เชื่อว่าสักวัน Sony อาจจะเห็นช่องทางและก็เคยมีข่าวว่า Sony ยังสนใจตลาดเกมพกพาอยู่หลังจากเห็นความสำเร็จของ Switch

สรุปแล้วในยุคนี้แม้ตลาดเกมพกพาส่วนใหญ่จะเป็นของ สมาร์ตโฟน แต่หากผู้ผลิตสามารถหาความแตกต่างได้ มันก็ยังมีตลาดให้ทำอยู่ โดยเฉพาะตัวเกมเองที่ต้องหาจุดขายที่เป็นเหตุผลหลักมากพอที่จะดึงคนไปเล่นได้ ที่เน้นลูกเล่นมากกว่ากราฟิกเพราะต่อให้ภาพสวยมากแค่ไหนก็เทียบกับประสบการณ์บนทีวีไม่ได้ และเชื่อว่าหากทาง Sony ตอบโจทย์นี้ได้ก็มีโอกาสที่จะได้เห็นผู้สานต่อ PSVita อีกก็เป็นไปได้ ที่อาจจะมาในอนาคตหลังจากการวางขาย PS5 ไปแล้ว

บทความที่น่าสนใจของ yakrain ยังมีอีกมากมายและ 5 เกมบนสมาร์ทโฟน ที่จะช่วยให้คุณหายเบื่อได้อย่างแน่นอน!

ความล้มเหลวของ PSVita และตลาดเกมพกพาในอนาคต